ภูมิใจไทย ชูเศรษฐกิจ 5จี สู่ยุคดิจิทัลเต็มตัวหวังพลิกโฉมประเทศ

0
30

“ภูมิใจไทย” แจง 6 แนวคิด สู่ “เศรษฐกิจ 5G” แนะเร่งอัพเกรดโครงสร้างอินเทอร์เน็ต-ปรับปรุงกฎหมาย เพื่อเข้าสู่ระบบ “5G economy”แก้ไขปัญหาปากท้องประชาชน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.) กล่าวถึงแนวนโยบายด้านเศรษฐกิจของพรรคว่า ทีมเศรษฐกิจดิจิทัลของพรรคภูมิใจไทย ที่มี พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ โฆษกพรรคฯ และอดีตรองประธาน กสทช.ร่วมอยู่ในทีมด้วยนั้น ได้เสนอแนวคิด “เศรษฐกิจ 5G” เพื่อขับเคลื่อนประเทศสู่ยุคใหม่ ซึ่งกำลังวิ่งเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ โดยเป้าหมายหลัก คือ การแก้ไขปัญหาปากท้องพี่น้องประชาชน ด้วยการขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ โดยเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงที่จะพัฒนาประเทศให้สู่ระบบเทคโนโลยี 5G ได้ ซึ่งทีมยุทธศาสตร์ดิจิทัลได้ชู “5G economy” เป็นธีมหลักของแนวคิดด้าน “ดิจิทัลเวิลด์” ของพรรคภูมิใจไทยด้วย

ด้าน พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ กล่าวว่า แนวคิด “เศรษฐกิจ 5G” ของพรรคภูมิใจไทย เกิดขึ้นเนื่องจากปัจจุบันเทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคมและเทคโนโลยีดิจิทัลมีการพัฒนาก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว จนทำให้อุตสาหกรรมในทุกเซกเตอร์เปลี่ยนแปลง ไปสู่กระบวนการทำงานแบบอัตโนมัติ จึงทำให้โครงสร้างและทักษะแรงงานที่อุตสาหกรรมต้องการในระบบเศรษฐกิจใหม่ มีรูปแบบการสร้างและผลิตบุคลากรที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันในยุคที่เทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนผ่านจาก 4G ไปสู่ 5G ซึ่งทำให้ผู้นำและผู้บริหารระดับประเทศทั่วโลก ต้องเตรียมพร้อมเพื่อเปลี่ยนผ่าน ซึ่งหากประเทศใดไม่สามารถเปลี่ยนผ่านทั้งด้านเทคโนโลยี และด้านทักษะแรงงานได้สำเร็จ ก็จะทำให้ขีดความสามารถของประเทศเสื่อมถอยลงอย่างรวดเร็ว พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ กล่าวต่อว่า พรรคภูมิใจไทยจึงเสนอแนวคิดยุทธศาสตร์ดิจิทัล

1) การปฏิรูประบบการศึกษาให้มีทางเลือกใหม่ด้วยการเรียนผ่านระบบมหาวิทยาลัยออนไลน์ฟรี (Thailand Sharing University) เพื่อให้ระบบการศึกษามีความทันสมัยสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงทักษะของแรงงาน 2) การปฏิรูประบบสาธารณสุขด้วยการใช้เทคโนโลยีแพทย์ทางไกลหรือ Telemedicine และใช้ AI และ Big data ตั้งศูนย์ Smart Health ของกระทรวงสาธารณสุขให้เชื่อมโยงไปยังโรงพยาบาล แพทย์และหมอประจำหมู่บ้าน (อสม.)ทั่วประเทศ 3) การปฏิรูปด้านการเกษตรโดยใช้แนวคิด ฟาร์มอัจฉริยะ (Smart farming) 4)การให้บริการภาครัฐทุกรูปแบบด้วยแอปพลิเคชันเดียว “One App” บนมือประชาชน เพียงนิ้วสัมผัสโดยไม่ต้องเดินทาง ด้วยการสร้างประตูเชื่อมระหว่างการให้บริการภาครัฐและประชาชน (Government Service Gateway) ซึ่งประชาชนจะเข้าถึงบริการภาครัฐทั้งหมดได้ในที่เดียวด้วยความง่ายดาย 5) เร่งการอัพเกรดและขยายโครงสร้างอินเทอร์เน็ตของประเทศเพื่อเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจใหม่ “เศรษฐกิจ 5G” หรือ “5G economy” และ 6) แก้ไขปรับปรุง พ.ร.บ.ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ของ กสทช. และคณะกรรมการดีอีแห่งชาติ ในประเด็นการจัดสรรคลื่นความถี่ให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี 5G และการจัดสรรงบประมาณจากกองทุนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารโทรคมนาคม ซึ่งต้องมีการกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า เงินที่ได้มาจะต้องใช้เพื่อการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางด้านใด เช่น ระบบสาธารณสุข ระบบการศึกษา และการเกษตร