เรียน Online ใช้กันทั่วโลกในสถาบันการศึกษานับพันแห่ง .. ภูมิใจไทย กับแนวคิดเรียนฟรีตลอดชีวิต

0
270

วิวัฒนาการของการศึกษาโลกเปลี่ยนไปตามความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จากการถ่ายทอดความรู้โดยวาจาหรือการบอกเล่า เป็นการบันทึกด้วยภาพ และตัวอักษร ใช้มือเขียนเพื่อเผยแพร่ความรู้ ให้ขยายไปอย่างกว้างขวาง กระทั่ง Johann Gutenberg ผลิตเครื่องพิมพ์เครื่องแรกของโลก ความรู้ก็ยิ่งกระจายไปในหมู่ชนทุกกลุ่มทุกประเภท ความเจริญก้าวหน้าของโลก มีอัตราเร่งที่เร็วขึ้น ด้วยความรู้ที่แพร่ขยายไปอย่างไม่หยุดยั้ง การศึกษาใช้ระบบการอ่านเขียน และถ่ายทอดความรู้ในลักษณะนี้มายาวนาน จนเมื่อถึงวันที่เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รวมทั้งคอมพิวเตอร์กำเนิดขึ้น หน้าประวัติศาสตร์ใหม่ของระบบการศึกษาจึงเปลี่ยนแปลงไป และจะพลิกโฉมรูปแบบการศึกษาเดิมไปสู่ระบบการศึกษาใหม่ตลอดกาล

ดร.กมล รอดคล้าย
คณะทำงานยุทธศาสตร์ด้านการศึกษา พรรคภูมิใจไทย

จากการศึกษาในระบบโรงเรียนซึ่งประกอบด้วย การศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาเพื่ออาชีพ หรืออาชีวศึกษา และการศึกษาที่ส่งเสริมความเป็นเลิศของมนุษย์คืออุดมศึกษา รวมไปถึงการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย พัฒนาการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้เปลี่ยนแปลงไปจากการเรียนการสอนในห้องเรียน สู่การศึกษาระบบทางไกล และเมื่อเทคโนโลยีด้านโทรคมนาคม ปรับเปลี่ยนไปสู่ระบบ 4G หรือ 5G การศึกษาแบบ Online จึงเริ่มเข้ามาแทนที่และสนับสนุนระบบการศึกษาเดิมให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น

การเรียนรู้ผ่านระบบ online ของประเทศไทยซึ่งกำลังเกิดขึ้นจะเป็นการเสริมและสนับสนุนระบบการศึกษาเดิม ซึ่งจะยังคงอยู่และพัฒนาการไปในรูปแบบเฉพาะที่ควรจะเป็น แต่ระบบ online จะเป็นการสร้าง Platform ของระบบการศึกษาใหม่ เป็นการเรียนรู้แบบ 2 ทาง โดยวิธี Digital learning หรือ Digital Home School ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างโอกาสให้กับคน เพิ่มคุณภาพการศึกษา และพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ

วิธีการเรียนการสอนแบบออนไลน์เป็นการศึกษาผ่านระบบอินเตอร์เน็ต ซึ่งครอบคลุมวิธีการที่หลากหลาย อาทิ การเรียนรู้บนคอมพิวเตอร์ การเรียนรู้บนเว็บไซต์ ห้องเรียนเสมือนจริง และความร่วมมือดิจิตอล เป็นการสร้างเครือข่ายความรู้ที่โยงใยออกไปทั่วโลก ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ลดช่องว่างการเรียนรู้ในเมืองและชนบท รวมทั้งลดค่าใช้จ่ายทางการศึกษา

ระบบนี้มีใช้กันอยู่ทั่วโลก ในสถาบันการศึกษาทุกระดับนับพันแห่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับอุดมศึกษา เช่น สหรัฐอเมริกา ได้แก่ Harvard University, University of Southern California ออสเตรเลีย ได้แก่ University of New England, Deakin University เอเชีย ได้แก่ Tokyo Online University, National University of Singapore ยุโรป ได้แก่ Utrecht University, Netherland , Nottingham University, United Kingdom ตะวันออกกลาง ได้แก่ U21 Global , iCademy middle east, Dubai เป็นต้น หรือแม้แต่ในประเทศไทยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้เปิดหลักสูตร MBA และบัญชี มหาวิทยาลัยมหิดล (อินเตอร์) เปิดหลักสูตร MBA คอร์สระยะสั้นด้านการแพทย์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัน เปิดหลักสูตร management และ information technology management ทั้งในระดับปริญญาตรีและปริญญาโท และยังมีแทบทุกมหาวิทยาลัยเปิดหลักสูตรระยะสั้นให้ผู้สนใจเข้ามาศึกษา โดยหลักสูตรต่างๆ เหล่านี้ได้รับการอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัยและผ่านการรับรองภายใต้การควบคุมของคณะกรรมการการอุดมศึกษา

ในระดับอาชีวศึกษามีการเรียนการสอนในสาขาวิชาชีพต่างๆ ในวิทยาลัยหลายแห่งทั้งภาครัฐและเอกชน ส่วนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีการจัดการศึกษาระบบนี้อย่างแพร่หลาย เช่นในสหรัฐอเมริกา มี online high school อยู่หลายร้อยแห่งที่มีชื่อเสียงรู้จักกันทั่วโลกจากข้อมูลของ 50 Best Online High School คือ Stanford Online High School ซึ่งได้รับการยอมรับเป็นอันดับ 1 รวมทั้งในหลายๆ ประเทศ อาทิ นิวซีแลนด์ ก็ได้จัดการศึกษาระบบนี้ โดยเน้นผู้เรียนที่เข้าศึกษาระดับขั้นพื้นฐานสำหรับผู้เรียนกลุ่มต่างๆ เช่น 1) ที่พำนักอยู่ห่างไกล รวมทั้งอยู่ต่างประเทศ 2) เด็กถูกรังแก ผิดปกติ หรือถูกยกเว้นจากการเรียนในโรงเรียน 3) มีความต้องการพิเศษ 4) ป่วยระยะยาวหรือต้องการความดูแลการแพทย์ 5) ตั้งครรภ์หรือเป็นพ่อแม่วัยใส 6) เกณฑ์อื่นๆ ตามที่รัฐกำหนด 7) เป็นนักกีฬา นักแสดง นักดนตรี และอื่นๆ ที่ไม่สามารถเข้าเรียนโรงเรียนปกติได้และ 8) โอกาสการเข้าเรียนเป็นครั้งที่ 2 สำหรับในเมืองไทยเริ่มมีการทดลองใช้ระบบนี้ในหลายๆ โรงเรียนภายใต้ชื่อของ Digital school ซึ่งเป็นระบบเสริม ระบบการเรียนปกติ โดยเน้นการพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้ดีขึ้นกว่าเดิมเป็นสำคัญ

ระบบการเรียนแบบ online เป็นระบบที่จะต้องมีการสร้าง Platform ใหม่ที่ควบคู่กันระหว่าง เนื้อหาวิชาการ (Content) กับ ระบบการสื่อสารทางไกล และวิธีการเรียนการสอนแบบดิจิตัล (Digital Learning) โดยต้องให้ความสำคัญกับ 3 ส่วนหลัก ได้แก่ 

1. การพัฒนาหลักสูตรและเนื้อหา โดยจัดหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งเน้นการสอนเสริมกับครูและสื่อที่มีคุณภาพ อาชีวศึกษา เน้นจัดการเรียนการสอนสมรรถนะแรงงานให้กับผู้ที่ตกหล่นจากระบบ อุดมศึกษา เน้นจัดการเรียนการสอนให้แก่ผู้ที่ขาดโอกาสหรืออยู่ในวัยทำงาน การศึกษาเพื่ออาชีพและเสริมทักษะแรงงาน เน้นการเพิ่มทักษะด้านคุณวุฒิวิชาชีพให้เป็นแรงงานที่มีทักษะชั้นสูงเพื่อการมีเงินเดือนและโอกาสในตำแหน่งงานที่สูงขึ้น การศึกษาตลอดชีวิต เพื่อเสริมทักษะการเรียนรู้ การประกอบอาชีพรวมไปถึงยกระดับการใช้ชีวิตให้มีคุณภาพ ทั้งนี้โดยจะต้องมีการผลิตสื่อและตำราเรียนใหม่ ทั้งที่เป็นหนังสือ หรือเป็นสื่อที่เผยแพร่ผ่านอิเล็กทรอนิกส์ และสื่อ Social media

2. ด้านเทคโนโลยีการศึกษา จะต้องใช้เลขประจำตัวประชาชน หรือเลขประจำตัวบุคคล รวมทั้ง สแกนใบหน้า หรือลายนิ้วมือ ในการลงทะเบียน สามารถเลือกเรียนสาขาวิชาและชั่วโมงเรียน ได้ตามความต้องการของผู้เรียน มีระบบอาจารย์ที่ปรึกษาให้คำแนะนำ โดยมีสถานศึกษาที่ผู้เรียนอาศัยอยู่ใกล้เคียงเป็นหน่วยประสานงาน สถานที่ฝึกงาน พบกลุ่ม หรือการประเมินผลในบางวิชา การเรียนการสอน นอกจากสื่อสารผ่านระบบออนไลน์ เรียนรู้ได้ผ่านโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ หรือ Tablet แล้ว อาจต้องมีการไปฝึกปฏิบัติ ในห้อง LAB ที่สถานศึกษา มีระบบ VDO Conference มีการพบกลุ่มและการฝึกงานในสถานประกอบการ การประเมินผลใช้ระบบการสอบทางไกล ในบางหัวข้อวิชาที่เหมาะสม หรือทำโครงงานส่งผู้สอน รวมทั้งอาจต้องมาสอบพร้อมกัน ณ สถานที่ที่กำหนด

3. ด้านการพัฒนาระบบและกฎหมาย ควรมีการจัดตั้งสถาบันพัฒนาองค์ความรู้แห่งชาติขึ้น เพื่อสร้างองค์ความรู้ จัดระบบ BIG DATA และเชื่อมโยงเครือข่ายเทคโนโลยี มีการรับรองหลักสูตร เพื่อให้ได้วุฒิบัตรหรือปริญญาตามที่กำหนด รับรองการสอบเข้าทำงานทั้งภาครัฐและเอกชน มีระบบสะสมผลการเรียน (Credit bank) สามารถเชื่อมโยงสาขาวิชาเรียน และรองรับคุณวุฒิวิชาชีพของวัยแรงงาน มีการจัดระบบงบประมาณภาครัฐแบบใหม่ ซึ่งการเรียนระบบออนไลน์ จะทำให้ประหยัดงบประมาณกว่าระบบปกติถึงครึ่งหนึ่ง รวมทั้งสนับสนุนค่าใช้จ่าย Pay Per View ให้กับเจ้าของสื่อ ซึ่งผู้เรียนคลิกเข้าไปหาความรู้ครั้งละ 50 สตางค์ หรือ 1 บาท อันเป็นการส่งเสริมให้นักวิชาการ หรือผู้ทรงคุณวุฒิ และโรงเรียนสอนเสริม ร่วมกันผลิตสื่อออกมาอย่างมีคุณภาพและหลายหลาย ทำให้มีรายได้จากระบบนี้ กล่าวโดยสรุปคือ ผู้เรียนเรียนฟรีอย่างแท้จริง โดยรัฐทำหน้าที่เป็นผู้จ่ายค่าเรียนแทน

การศึกษาระบบ online เป็นการตอบโจทย์การศึกษาคือการสร้างโอกาส พัฒนาคุณภาพ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ในขณะที่จะตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน คือ จะลดรายจ่าย ให้เรียนฟรี จบปริญญาตรี ถึงตลอดชีวิต โดยรัฐเป็นผู้สนับสนุนให้มีงานทำและมีรายได้ระหว่างเรียน เนื่องจาก สามารถเรียนในเวลาใดก็ได้เมื่อมีความพร้อมและเป็นการให้โอกาสประชาชนเข้าถึงการศึกษาทั่วถึงทุกคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีความจำเป็นเป็นพิเศษ ได้แก่ ผู้พิการ 1.9 ล้านคน ผู้ตกหล่นจากระบบ ไม่จบ ม.3 จำนวน 9 แสนคน ไม่จบ ม.6 จำนวน 2 ล้านคน ไม่ได้เรียนวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัย 3 ล้านคน เมื่อนำเอาคน 7.8 ล้านคนนี้ไปรวมกับวัยแรงงานอีก 25 ล้านคน ที่จะได้มีโอกาสพัฒนาทักษะฝีมือและสมรรถนะในการทำงาน จะมีผู้ได้รับโอกาส รวม 32.8 ล้านคน 

การจัดการศึกษาย่อมพัฒนาไปตามความเปลี่ยนแปลงและความเจริญก้าวหน้า ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของโลก วันนี้ระบบการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ย่อโลกให้มารวมกันอยู่ในคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือเพียงเครื่องเดียว รูปแบบการจัดการศึกษาที่เปลี่ยนแปลงไปจะเอื้อให้ทุกคนเข้าถึงและได้รับประโยชน์จากการศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน เพียงมีโทรศัพท์มือถือก็สามารถเรียนจบมหาวิทยาลัย นี่จึงเป็นโฉมหน้าใหม่ของการจัดการศึกษาสำหรับมวลมนุษย์ในโลกนี้อย่างแท้จริง