พรรคภูมิใจไทย เป็นของคนทั้งประเทศ “แก้ปัญหาทั้ง เมือง-ชนบท” ผ่านแนวคิด Sharing economy

0
98
พันเอก ดร. เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ หัวหอกทีมยุทธศาสตร์ด้านดิจิทัลและโฆษกพรรคภูมิใจไทย ได้บรรยายในหัวข้อ “ดิจิทัลเปลี่ยนโลก” ในหลักสูตร “Smart CEO” ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
โดยในความตอนหนึ่ง พันเอก ดร. เศรษฐพงค์ ได้กล่าวถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยว่า “หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยบอกกับตนว่า พรรคภูมิใจไทยเป็นของคนทั้งประเทศ ดังนั้นต้องเสนอการแก้ปัญหาให้คนทั้งในเมืองและต่างจังหวัด เพื่อแก้ปัญหาปากท้องประชาชนทั่วประเทศให้ได้” และตนได้รับนโยบายจากหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยให้เตรียมนำเสนอแนวคิดในการแก้ปัญหาการศึกษา ไปจนถึงการแก้ปัญหาการจราจรด้วยระบบ “เศรษฐกิจแบบแบ่งปัน” หรือ Sharing economy เพื่อคนทั้งประเทศ

เศรษฐกิจแบบแบ่งปัน หรือ Sharing economy เป็นธุรกิจรูปแบบใหม่ที่ดำเนินการบน digital platform ซึ่งเริ่มเข้ามาส่งผลกระทบต่อตลาดแบบดั้งเดิม ทำให้รูปแบบอุตสาหกรรมเปลี่ยนแปลงไป และทำให้มีการใช้ทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยบริการที่รู้จักกันเป็นอย่างดีในเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน ก็คือ Grab ที่เป็นระบบการขับขี่รถยนต์ร่วมกัน และ Airbnb ที่ให้บริการที่พัก ซึ่ง Grab สามารถช่วยแก้ปัญหาการจราจรที่ผู้คนใช้รถยนต์ของตัวเองจำนวนมาก แต่ระบบนี้จะทำให้เกิดการ “แชร์” ทรัพยากรรถยนต์ร่วมกันจนทำให้ปริมาณรถลดลง และสามารถช่วยแก้ปัญหาการขนส่งมวลชนที่ไม่เพียงพอได้อีกด้วย

โดย พันเอก ดร. เศรษฐพงค์ ได้ชี้ปัญหาที่หมักหมมจากในอดีตจนถึงปัจจุบัน จากการที่ประชากรมีการย้ายถิ่นฐานจากชนบทสู่เมือง มีผู้คนจำนวนมากอาศัยในเขตเมืองมากกว่าในเขตชนบท โดยเฉพาะประเทศไทยมีปัญหานี้มากเป็นพิเศษ จนทำให้เกิดปัญหาสังคม รวมไปถึงปัญหาการจราจรที่ติดอันดับโลกไปแล้ว

พันเอก ดร. เศรษฐพงค์ ยังกล่าวต่อไปว่า การติดตั้งอุปกรณ์ 4G LTE ที่ประเทศเรามีอยู่แล้วโดยไม่ต้องลงทุนใหม่ทั้งหมด สามารถที่ใช้ควบคุมสัญญาณไฟจราจรโดยใช้กล้องวิดีโอที่มีความสามารถในการวิเคราะห์ กล้องที่ใช้วิเคราะห์สถานการณ์จราจร และควบคุมการจราจรได้อย่างชาญฉลาด ตามแยกต่างๆ จะช่วยลดเวลาในการรอคอยสัญญาณไฟจราจร โดยกล้องแต่ละตัวจะทำหน้าที่เป็นเซนเซอร์ในเครือข่าย IoT ที่รับส่งข้อมูลแบบไร้สาย ผ่านระบบ Cloud ไปยังศูนย์บัญชาการจัดการระบบจราจร ซึ่งจะสามารถควบคุมสัญญาณไฟจราจรได้โดยตรง อีกทั้งการติดตั้งกล้องดังกล่าว ภาคเอกชนและประชาชนสามารถร่วมกันติดตั้งกล้องที่มีมาตรฐานสากลตามข้อแนะนำของรัฐเพื่อสามารถเชื่อมโยงภาพมายังศูนย์บัญชาการของตำรวจ เพื่อช่วยในการป้องปรามการก่ออาชญากรรมและเป็นพยานหลักฐานเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติได้อีกด้วย โดยรัฐควรมีมาตรการส่งเสริมสนับสนุนให้ภาคเอกชนและประชาชนร่วมด้วยช่วยกันติดตั้งกล้องของตัวเองเพื่อเขื่อมโยงเป็นระบบเดียวกัน เพื่อประโยชน์ของสังคมโดยรวมเป็นไปตามหลัก “เศรษฐกิจแบ่งปัน”

นอกจากการบริหารจัดการระบบจราจรได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ระบบสื่อสารบรอดแบนด์ยังจะทำให้ประชาชนไม่มีความจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายเข้าเมือง โดยสามารถทำงานที่บ้านได้ (work from home) ซึ่งหากภาครัฐและเอกชนยอมรับในระบบการทำงานในลักษณะดังกล่าวในหลายตำแหน่งงานที่สามารถทำได้ ก็จะทำให้ความแออัดในเมืองลดลงได้อย่างมาก ซึ่งในหลายประเทศเริ่มนิยมที่จะจ้างงานในลักษณะ work from home แล้ว และมีแนวโน้มมีอัตราสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

พันเอก ดร.เศรษฐพงค์ ได้กล่าวต่อไปว่า การพัฒนาทักษะของคนไทยในศตวรรษที่ 21 สามารถทำได้ด้วยวิธีการที่ดีที่สุด รวดเร็วที่สุด และลงทุนน้อยที่สุดด้วยการเปิดโอกาสทางการศึกษาทางเลือกให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงการศึกษาได้ทางออนไลน์ ที่ง่ายดาย ทันสมัย และฟรี เพียงใช้นิ้วสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นใคร อายุเท่าไร อยู่ที่ใด และเวลาใดก็ตาม ซึ่งเป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต ดังนั้น พรรคภูมิใจไทยจึงมีแนวคิดเสนอ Thailand Sharing University ขึ้น

ยิ่งไปกว่านั้น ทีมยุทธศาสตร์ของพรรคภูมิใจไทยยังมีความคิดริเริ่มในการพัฒนาระบบขนส่งอัจฉริยะ (Intelligent Transport Systems : ITS) ซึ่งได้แก่ ระบบตรวจสอบติดตามบนทางด่วน และระบบรายงานที่ทำการแจ้งเตือนผู้ขับขี่ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุบนถนนสายหลักที่ทันสมัย มีราคาถูกกว่าในอดีตมาก และระบบบอกตำแหน่งของ Grab ในแท็กซี่จะเป็นส่วนหนึ่ง ที่จะช่วยกันร่วมตรวจสอบและรายงานสภาพการจราจรในเมือง ซึ่งข้อมูลที่รวบรวมจากระบบต่างๆ จะถูกส่งกลับไปยังศูนย์ควบคุมของระบบขนส่งอัจฉริยะ (ITS) เพื่อแก้ปัญหา “วิกฤติการจราจร” ได้อย่างเป็นรูปธรรม