รัฐธรรมนูญ

รัฐธรรมนูญ 2560

รัฐธรรมนูญ 2560 เป็นรัฐธรรมนูญที่ได้รับการลงประชามติ โดยประชาชนทั่วเทศ โดย มีเนื้อหาสาระสำคัญ ที่น่าสนใจ คือ การกำหนดให้ ใช้ระบบการเลือกตั้งแบบใหม่ ชื่อว่า  “ระบบจัดสรรปันส่วนผสม” โดยระบบการเลือกตั้งแบบนี้ จะมีลักษณะเด่นอยู่ที่ “บัตรเลือกตั้งใบเดียว”  และได้กำหนดให้เปิดทาง นายกรัฐมนตรี มาจากคนนอก

นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มอำนาจให้กับองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญเพื่อควบคุมสภาและรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง โดยมีการกำหนดให้องค์กรอิสระสามารถยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ว่า รัฐมนตรีคนใดขาดคุณสมบัติ อาทิ ไม่มี “ความซื่อสัตย์สุจริต” เป็นที่ประจักษ์ หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม “มาตรฐานทางจริยธรรม” ที่องค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญจะเขียนขึ้น นอกจากนี้ ยังมีกลไกควบคุมอื่นๆ อีก เช่น ให้ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินควบคุมการใช้จ่ายของรัฐบาลให้เป็นไปตาม “กฎหมายว่าด้วยวินัยทางการเงินการคลัง” ซึ่งรัฐบาล คสช. และสนช. จะเขียนขึ้น

ที่สำคัญคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ถูกระบุว่า “มันแก้ยากจนเหมือนแก้ไม่ได้” เพราะเงื่อนไขใหม่คือ ต้องมี ส.ว. เห็นชอบ ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ทั้งในวาระแรกและวาระที่สาม นอกจากนี้ ต้องมี ส.ส. จากพรรคฝ่ายค้าน ประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือรองประธานผู้แทนราษฎร เห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของพรรคฝ่ายค้านทุกพรรคอีกด้วย

กฏหมายประกอบรัฐธรรมนูญ

พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พุทธศักราช 2560

ตั้งพรรคยาก ยุบพรรคง่าย ห้ามประชานิยม

 

กฎหมายฉบับนี้ กำหนดหลักเกณฑ์และขั้นตอนการจัดตั้งพรรคการเมือง การหาสมาชิกพรรค การหาเสียงเลือกตั้ง
รวมไปถึงบทบาทของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กับศาลรัฐธรรมนูญ ในการลงโทษตัดสิทธิเลือกตั้งกรรมการบริหารและยุบพรรคการเมือง

ตั้งพรรคการเมืองใหม่ ต้องใช้อย่างน้อย 500 รายชื่อ บังคับจ่ายคนละ 1,000 บาท รวมกันให้ได้หนึ่งล้าน ตั้งพรรรคหนึ่งปีต้องมีสมาชิก 500 คน สี่ปีต้องเพิ่มเป็น 10,000 คน

พรรคการเมืองเดิม จัดประชุมใหญ่ภายใน 180 วัน ให้สมาชิกพรรคต้องจ่ายค่าบำรุงอย่างน้อยปีละ 100 บาท

บทลงโทษค่อนข้างรุนแรง เช่น ปรับห้าแสนบาท หากเสนอนโยบายไม่ชี้แจงการใช้เงินและความคุ้มค่าของนโยบาย
กกต.สั่งปลดคณะกรรมการบริหารทั้งหมด ห้ามยุ่งเกี่ยวพรรค 20 ปี ให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรค หากเชื่อได้ว่าให้บุคคลภายนอกชี้นำพรรค

พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พุทธศักราช 2560

ให้ มีกกต. 7 คน โดยมีวาระ 7 ปี

ให้ มีกกต. 7 คน โดยมีวาระ 7 ปี  มีอำนาจหน้าที่เพิ่มขึ้นจากเดิม อาทิ กกต.มีอำนาจจัดการเลือกตั้งส.ส., ส.ว.  มีอำนาจในการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นและการออกเสียงประชามติ  กกต.แต่ละคนอาจได้รับมอบหมายจากกกต.ให้สืบสวนหรือไต่สวนเป็นตัวบุคคลหรือคณะบุคคลก็ได้กกต.มีอำนาจสั่งให้เจ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ดำเนินการตามอำนาจและหน้าที่ หรือสั่งให้ระงับ หรือยับยั้งการดำเนินการเลือกตั้งในบางหน่วย หรือทุกหน่วยในเขตเลือกตั้ง แต่ต้องรายงานกกต.ให้ทราบโดยเร็ว

ยกเลิก กกต.จังหวัด ให้มีผู้ตรวจการเลือกตั้งจำนวน 5-8 คนขึ้นมาแทน โดยจัดทำเป็นบัญชีรายชื่อไว้ล่วงหน้า 5 ปีให้ผู้มีภูมิลำเนาในจังหวัด 2 คนที่เหลือให้มาจากจังหวัดอื่น  ให้อยู่ในวาระชั่วคราว เริ่มแต่งตั้งให้แล้วเสร็จหลังมีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งมีผลใช้บังคับในเวลาไม่ช้ากว่า 10 วัน และพ้นไปเมื่อประกาศผลการเลือกตั้งหรือภายหลังจากนั้นไม่เกิน 60 วันตามภารกิจ

พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พุทธศักราช 2561

เร็ว-แรง ไต่สวนคดีต้องเสร็จใน 2 ปี

แก้ไขให้กระบวนการทำคดีรวดเร็วขึ้นภายใน 2 ปี ยกเว้นในบางกรณี สามารถขอขยายเวลารวมได้ไม่เกิน 3 ปี เพราะหากไม่สามารถดำเนินคดีกับผู้ทุจริตอย่างรวดเร็ว หลักฐานพยานจะหาย รวมถึงการแก้ไขให้สามารถพิจารณาลับหลังจำเลยได้ ซึ่งการมีกระบวนการแบบนี้ทำให้ไม่สามารถประวิงเวลาได้  โดย ปปช.สามารถเชื่อมโยงผู้ทุจริต เมื่อพิจารณาพิพากษาแล้ว คือ การยึดทรัพย์ การแสวงหาทรัพย์สินต่าง ๆ ซึ่งกฎหมายเปิดช่องให้ดำเนินการได้แล้ว

ในการดำเนินคดีอาญาตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ มีวาระดำรงตำแหน่ง 7 ปี และยังคงให้ ป.ป.ช. เป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ

พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พุทธศักราช 2561

ดูแลช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ มากกว่าจับผิด

บทบาทของผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งลักษณะผู้ตรวจการแผ่นดินทั่วโลก คือปรึกษาหารือช่วยเหลือให้เจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติให้ถูกต้อง เที่ยงธรรม ดูแลช่วยเหลือเจ้าหน้าที่มากกว่าจับผิด  การเสนอแนะของผู้ตรวจฯที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่มักจะไม่ปฏิบัติตามจึงไม่สามารถแก้ปัญหาของราษฎรได้ ขณะที่การให้อำนาจเบ็ดเสร็จก็จะกระทบเจ้าหน้าที่รัฐ กรธ.จึงหาทางสายกลาง กรณีที่ผู้ตรวจฯพบว่ามีการกระทำที่ไม่เป็นไปตามตัวบทกฎหมายหรือกฎหมายเป็นอุปสรรค ให้ผู้ตรวจฯปรึกษาหารือกับหน่วยงานนั้นก่อน จึงแนะนำให้เขาปฏิบัติ หากเพิกเฉยจึงจะมีบทลงโทษ และ ให้พยายามหลีกเลี่ยงการตั้งคณะบุคคลทำงานแทนผู้ตรวจการแผ่นดิน

พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พุทธศักราช 2560

รับรองสิทธิอุทธรณ์จำเลย แต่ต้องมาศาล

ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่เมื่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง รับฟ้อง คดีจะ ไม่นับอายุความคดี กรณีจำเลยหลบหนีคดีระหว่างพิจารณาหรือหลังศาลพิพากษา ศาลฯรับฟ้องได้ แม้ไม่มีตัวจำเลย กำหนดให้ ศาลฯพิจารณาคดีลับหลังจำเลยได้ เมื่อศาลรับฟ้องแล้ว ถอนฟ้องไม่ได้ โจทก์-จำเลย อุทธรณ์คำพิพากษาได้

พรป.ฉบับนี้ยังกำหนดให้จำเลยจะยื่นอุทธรณ์ได้ต้องมาศาล คดีที่จำเลยถูกพิพากษาประหารฯ หรือจำคุกตลอดชีวิต  ต้องส่งให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาพิจารณาพิพากษา แม้จำเลยไม่อุทธรณ์  การวินิจฉัยอุทธรณ์ ใช้องค์คณะของศาลฎีกาจำนวน  9  คน ร่างกฎหมายฉบับนี้ใช้กับคดีที่ยังไม่เสร็จสิ้นและคดีใหม่

พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช 2561

วิจารณ์คำวินิจฉัยศาลฯ เสี่ยงคุก 1 เดือน ปรับ 50,000 บาท

ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจรักษาความสงบเรียบร้อยของการพิจารณาคดีในส่วนที่บุคคลเข้ามาในบริเวณที่ทำการศาล โดยศาลอาจมีคำสั่งให้บุคคลกระทำหรืองดกระทำเพื่อให้การพิจารณาคดีดำเนินไปโดยสงบเรียบร้อยและรวดเร็ว ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับการห้ามละเมิดอำนาจศาลของศาลทั่วไป

มีข้อกำหนดไม่ให้ “วิจารณ์คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ” ที่กระทำด้วยความไม่สุจริต และใช้ถ้อยคำหรือความหมายที่หยาบคาย เสียดสี อาฆาตมาดร้าย ให้เป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล การป้องกันการวิจารณ์ศาลรัฐธรรมนูญโดยไม่สุจริตนั้นให้ครอบคลุมการใช้สื่อและสังคมออนไลน์ และรวมถึงการปลุกระดมมวลชนที่มาล้อมกดดันศาลด้วย การละเมิดอำนาจศาลมีบทลงโทษ ตั้งเเต่ การตักเตือน การไล่ออกจากบริเวณศาล ไปจนถึงการลงโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือ ปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ การห้ามละเมิดอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ” ซึ่งไม่เคยมีบทบัญญัตินี้มาก่อน

พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พุทธศักราช 2560

จำนวนเท่าเดิม เพิ่มเติมคือ คุณสมบัติ

ยกเครื่อง” คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนเสียใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มเติมคุณสมบัติของกรรมการสิทธิ แก้ไขเรื่องผู้ทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการสรรหา และเพิ่มหน้าที่ชี้แจงเพื่อ “แก้ต่าง” สถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศ

จำนวนเก้าอี้ ‘คณะกรรมการสิทธิฯ’ เท่าเดิม เพิ่มเติมคือคุณสมบัติไมได้ปรับเปลี่ยนในเรื่องจำนวนคณะกรรมการที่จากเดิมกำหนดให้มี 7 คน แต่มีการขยายเรื่องคุณสมบัติเฉพาะที่อ้างว่าเทียบเคียงมาจากคุณสมบัติกรรมการสิทธิฯ ของประเทศนิวซีแลนด์ เช่น ต้องมีความรู้และประสบการณ์

เปลี่ยนที่มาของคณะกรรมการสรรหาใหม่ เพิ่มนักวิชาการและตัวแทนองค์กรสิทธิฯ  อำนาจตรวจสอบยังคงอยู่ แต่เพิ่มหน้าที่ “แก้ต่าง” ต่อสาธารณะ กับมาตรช่วยเหลือเร่งด่วน ลดอำนาจตรวจสอบอนุกรรมการ ให้หลีกเลี่ยงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหรือสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้ถูกละเมิดสิทธิ

พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

สมัคร ส.ส.เสียภาษีย้อนหลัง 3ปีไม่ลงคะแนนตัดสิทธิ์ 2 ปี

ส.ส.มีทั้งสิ้น 500 คน เป็นส.ส.จากเขตเลือกตั้ง 350 คน 350 เขตทั่วประเทศ และส.ส.จากบัญชีรายชื่อพรรครวม 150 คน ในการเลือกตั้งใช้บัตรใบเดียวเลือกคนและพรรค (การเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม) การแบ่งเขตเลือกตั้งใช้จำนวน ประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งทั้งประเทศ หารด้วยจำนวน ส.ส.เขต 350 คน ผู้สมัครรับเลือกตั้งต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองมาเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 90 วัน แต่ถ้าเลือกตั้งเพราะเหตุยุบสภาให้ลดเหลือ 30 วัน

มีเอกสารและหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมจากกฎหมายเดิมคือ หลักฐานแสดงการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาติดต่อกัน 3 ปี เว้นแต่ผู้ไม่ได้เสียภาษีนี้ให้ทำหนังสือยืนยันพร้อมระบุสาเหตุ โดยให้สำนักงานกกต.จัดทำข้อมูลหลักฐานเปิดเผยให้ประชาชนรับทราบเป็นการทั่วไป

ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องอายุไม่ตํ่ากว่า 18 ปี มีชื่อในทะเบียนบ้านไม่น้อยกว่า 90 วัน ส่วนผู้สมัครรับเลือกตั้งต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองมาเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 90 วัน แต่ถ้าเลือกตั้งเพราะเหตุยุบสภาให้ลดเหลือ 30 วัน คุณ สมบัติและลักษณะต้องห้ามเหมือนกฎหมายเดิม  โทษของบุคคลไม่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในทุกระดับ รวมทั้งการเลือกตั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน โดยไม่มีเหตุผลสมควร จะถูกตัดสิทธิ์ในการเลือกตั้งในระยะเวลา 2 ปี  และไม่สามารถดำรงตำแหน่งใดๆ ในทางการเมืองได้ ไม่ว่าจะเป็นการลงสมัคร ส.ส. ส.ว. สภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รวมทั้ง การลงสมัครเพื่อเข้ารับการสรรหาในองค์กรอิสระ

พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา

 

 

ในวาระเริ่มแรกกำหนดให้วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิก ส.ว. จำนวน 250 คน ซึ่งพระมหากษัตริย์แต่งตั้งตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ถวายคำแนะนำ

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดให้มีการเลือกส.ว.ด้วยวิธีการเลือกกันเองของผู้สมัครทั้งในระดับจังหวัดและระดับประเทศ ให้ได้จำนวน 200 คนให้แล้วเสร็จก่อนวันที่เลือกตั้งสส.ไม่น้อยกว่า 15 วัน และส่งบัญชีรายชื่อดังกล่าวให้ คสช.เป็นผู้เลือกให้เหลือ 50 คน

คณะกรรมการสรรหาส.ว.คัดเลือกบุคคลที่มีความรู้ความสามารถเหมาะสมปฏิบัติหน้าที่ของวุฒิสภาและการปฏิรูปประเทศ จํานวนไม่เกิน 400 คน และเสนอให้คสช.เลือกให้เหลือ 194 คนเช่นกัน ทั้งนี้ ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จไม่ช้ากว่า 15 วันก่อนวันเลือกตั้งส.ส.

ผู้ดํารงตําแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ เป็นส.ว.โดยตำแหน่ง รวม 6 คน

พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน

กฎหมายติดดาบ ‘คตง.’ ฟันอาญาโกงเงินแผ่นดิน

มีการระบุถึงกรณีที่ผลการตรวจสอบปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำด้วยประการใดๆ ที่มีผลให้ ส.ส.และ ส.ว.หรือกรรมาธิการ มีส่วนไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในการใช้งบประมาณรายจ่าย และเกิดความเสียหายต่อประเทศ หรือตรวจสอบพบว่าคณะรัฐมนตรีเป็นผู้กระทำการหรืออนุมัติให้กระทำการ หรือรู้ว่ามีการกระทำดังกล่าวแต่ไม่ได้สั่งยับยั้ง หรือพบว่ามีเจ้าหน้าที่ของหน่วยรับตรวจ จัดทำโครงการ หรืออนุมัติหรือจัดสรรเงินงบประมาณโดยรู้ว่ามีการดำเนินการดังกล่าว ให้ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินแจ้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไป

ในกรณีที่ผู้ว่าการ สตง. ตรวจสอบการใช้เงินแผ่นดินแล้วพบหลักฐานอันเชื่อได้ว่าเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ทุจริตต่อหน้าที่ให้แจ้งคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทราบและให้ผู้ว่าการ สตง. มีอำนาจไต่สวนเบื้องต้นตามหลักเกณฑ์ที่ ป.ป.ช.กำหนด แต่ต้องไม่กระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.  ทั้งนี้หากคณะกรรมการ ป.ป.ช.เห็นว่า การดำเนินการของผู้ว่าการ สตง. กระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. สามารถแจ้งให้ผู้ว่าการ สตง. ยุติการไต่สวนเบื้องต้น เพื่อส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.ดำเนินการต่อไป ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบกับการแก้ไขดังกล่าว

กฏหมายน่ารู้

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง