Digital World นำไทย ก้าวให้ทัน ทุกคนทราบดีว่า ปัจจุบัน โลกก้าวเข้าสู่ยุคดิจิตอล แล้ว

0
68

การนำประเทศไทย ก้าวเข้าสู่โลกยุคดิจิตอล อย่างรู้เท่าทัน และใช้ประโยชน์จากดิจิตอลได้อย่างเต็มที่ เปิดโอกาสให้ประชาชนมีสิทธิ เสรีภาพ ในการประกอบอาชีพ สร้างโอกาส สร้างงาน สร้างรายได้

ภารกิจนำคนไทย ก้าวเข้าสู่โลกยุคดิจิตอล เพื่อใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิตอล ถึงเวลาที่เราจะต้อง เชื่อมโยงการทำงานของภาครัฐ ทุกแพลตฟอร์ม ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อการให้บริการประชาชน อย่างรวดเร็ว
ในส่วนภาคธุรกิจ ทั้ง ภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตรกรรม ภาคการท่องเที่ยว ภาคบุคลากรทางการแพทย์ ภาคสถาบันการเงิน เมื่อเทคโนโลยีดิจิตอลและปัญญาประดิษฐ์(AI) จะเข้ามามีบทบาทสูงมากขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

ที่คาดการณ์ว่าจะได้รับผลกระทบโดยตรง โดยเฉพาะปัญหาการว่างงาน เป็นเรื่องยากที่จะปฏิเสธที่จะอยู่ร่วมกับ เทคโนโลยีดิจิตอล ปัญญาประดิษฐ์(AI) ในโลกปัจจุบันและในอนาคต
เราหนี้ไม่พ้นสิ่งที่จะเกิดขึ้น

จึงต้องหาวิธีการนำเอาเทคโนโลยีดิจิตอล ปัญญาประดิษฐ์(AI) พลิกกลับมาเป็นตัวสร้างโอกาส สร้างงาน สร้างรายได้ ได้อย่างไร นำมาเป็นเครื่องมือประกอบอาชีพที่ถูกต้องตามกฎหมายให้มากที่สุด

พรรคภูมิใจไทย เห็นความจำเป็นที่จะต้องสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ ให้แก่พี่น้องประชาชนได้รู้เท่าทันกับโลกที่กำลังจะเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วและรุนแรง โดยคาดการณ์ว่าเราจะเจอสิ่งที่เรียกว่า Digital tsunami จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้านี้แล้ว

เรามีบุคลากรที่มากความรู้ เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีดิจิตอล และต้องการนำความรู้ที่ติดตัวมานั้นได้ช่วยเหลือประชาชนในภาพกว้าง พันเอก ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุสวรรณ อดีตรองประธาน กสทช.ผู้เขียนหนังสือคาดการณ์สถานการณ์ล่วงหน้าเตือนสังคมไทยไว้ว่า ลูกจ้างในโรงงานอุตสาหกรรม และ พนักงานธนาคาร จะได้รับผลกระทบเป็นหน่วยแรก ก่อนที่ สึนามิ ดิจิตอล จะเข้ามาโจมตี แล้วเราจะอยู่ ใต้คลื่น หรือ ขี่คลื่น เพื่อมีชีวิตอยู่ ได้อย่างมีคุณภาพ

ข้อ 2 สร้างเขตพัฒนาพิเศษ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยใช้ พรบ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เป็นต้นแบบ เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ให้คนในพื้นที่

พรรคภูมิใจไทย มีแนวคิดว่า การพัฒนาและการสร้างระบบเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง มีโอกาสที่จะแก้ปัญหาความไม่สงบใน 3จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้มากกว่าการใช้มาตรการด้านความมั่นคง และใช้ทหารเป็นกลไกหลักเพียงกลไกเดียว

เราเชื่อว่า ถ้าประชาชนมีความกินดีอยู่ดี ปากท้องอิ่ม มีรายได้ มีงานทำ สถานการณ์ใน 3 จังหวัดจะดีขึ้นกว่าที่เป็นมา

ตลอดระยะเวลา15 ปีที่ผ่านมา หลายรัฐบาลใช้เงินงบประมาณแก้ปัญหานี้ไปแล้ว มากกว่า 3 แสนล้านบาท แต่ความสงบยังไม่เกิดขึ้น

พรรคภูมิใจไทย มีแนวคิดที่จะสร้างเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ SEC (คือ Southern Economic Corridor) โดยใช้ พ.ร.บ.เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC (Eastern Economic Corridor) เป็นต้นแบบ ซึ่งมีเนื้อหาเขียนไว้อย่างน่าสนใจว่า

1.นักลงทุนขออนุญาติทำอะไรจะเป็นระบบ วันสต็อปเซอร์วิส
2.การขออนุญาติกับทางราชการจะมีกำหนดระยะเวลาชัดเจนอนุมัติภายในกี่วัน
3.สามารถใช้ที่ดินรัฐ อย่างเช่น สปก.เพื่อกิจการอื่นได้ นะ
4.ได้รับสิทธิประโยชน์ ภาษีศุลกากร
5.สามารถใช้แรงงานต่างด้าวได้ มาเลเซียก็มาทำงานฝั่งไทยได้ พี่น้องที่ไปอยู่ฝั่งมาเลเซีย ถือสัญชาติมาเลเซียก็กลับมาทำงานฝั่งไทยได้
6.รัฐสามารถร่วมทุนกับเอกชนตามกฎหมายไม่ต้องเข้าพรบ.ร่วมทุน รัฐนำงบประมาณไปร่วมลงทุนกับเอกชน และประชาชน และ ชุมชน ใน 3 จังหวัดภาคใต้

การให้สิทธิพิเศษต่าง ๆ เพื่อจูงใจให้เกิดการลงทุน จะทำให้ 3จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นที่สนใจของนักลงทุนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ จะส่งผลให้มีเศรษฐกิจดีขึ้น มีการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะเปลี่ยนเป็นพื้นที่ที่ที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ แห่งหนึ่งของภูมิภาคอาเซียน ในฐานะเกทเวย์ หรือ ประตูที่จะเข้าสู่ภูมิภาคที่มีประชากร และกำลังซื้อ มากกว่า 240 ล้านคน ที่อยู่ทางตอนใต้ของประเทศไทย

ถ้า 3 จังหวัดภาคตะวันออก ทำได้ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ก็ควรจะต้องทำได้ ได้รับสิทธิพิเศษเพื่อสร้างแรงจูงใจต่อนักลงทุน ไม่น้อยกว่ากัน ทั้ง สิทธิพิเศษการลงทุนอุตสาหกรรมที่เหมาะสม สิทธิพิเศษการได้รับอนุมัติโครงการ ภายใน 120 วัน สิทธิพิเศษทางภาษี สิทธิการซื้อขายที่ดิน การเช่าที่ดิน การใช้ที่ดินของรัฐ สิทธิพิเศษการใช้แรงงานต่างด้าว สิทธิพิเศษการได้รับงบประมาณอุดหนุนจากรัฐ

พรรคภูมิใจไทย อยากจะเห็นการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ เปลี่ยน.. เสียงปืน เสียงระเบิด… เป็น…เสียงเครื่องจักร เสียงคนทำงาน…และ…เสียงนับเงิน…
แนวคิดการสร้างเขตพัฒนาพิเศษ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ใช้เศรษฐกิจแก้ปัญหาความไม่สงบนี้ พรรคภูมิใจไทย มีบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ เข้ามาร่วมงานคนสำคัญ นั่นคือ แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา ซึ่งเป็นผู้ที่ศึกษาปัญหาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มายาวนานทั้งชีวิต และมีประสบการณ์ตรง มาเป็นผู้พัฒนา สานต่อแนวคิดนี้ไปสู่การปฏิบัติจริงให้ได้

ข้อ 3  พัฒนาศักยภาพ อสม. ให้เป็นทีมหมอประจำครอบครัว โดยใช้เทคโนโลยีดิจิตอล เป็นเครื่องมือ เพิ่มอุปกรณ์ งบประมาณ สวัสดิการ และ ค่าตอบแทน การมีสุขภาพดี ไม่เจ็บป่วย จะลดค่าใช้จ่าย และหารายได้เพิ่มขึ้น

“ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ” นอกจากเรื่องการ สร้างงาน สร้างรายได้ แล้ว การสร้างสุขภาพที่แข็งแรงให้แก่ประชาชน ก็เป็นภารกิจสำคัญที่เราตระหนัก และจัดว่าเป็นเรื่องที่จำเป็นมากที่สุด ในฐานะที่ คน เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าของสังคม และเป็นหนึ่งในปัจจัยการผลิตที่สำคัญที่สุดในระบบเศรษฐกิจ

ทุกวันนี้ เรามีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. อยู่ 1 ล้านคน
อสม.1 คน ดูแลสุขภาพประชาชน ประมาณ 8-15 ครัวเรือน เป็นงานที่หนักพอสมควร

พรรคภูมิใจไทย มีแนวคิดที่จะต่อยอด ในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ อสม. ทั้งระบบ มีจำนวนเพิ่มขึ้น มีศักยภาพการทำงานเพิ่มขึ้น มีเครื่องมือที่ดีและทันสมัย ที่สำคัญที่สุดคือมีการเพิ่มงบประมาณในการปฏิบัติหน้าที่เพิ่มขึ้นด้วย เพื่อที่จะให้ อสม.เป็นกลไกหลักของการทำงานด้านสาธารณสุขของประเทศไทย โดยมีค่าใช้จ่าย และ สวัสดิการที่เหมาะสม

อสม.ตามแนวคิดของพรรคภูมิใจไทยนั้น จะเป็นหนึ่งในทีม “หมอประจำครอบครัว” ติดตามข้อมูลสุขภาพ และสาธารณสุขมูลฐาน ของประชาชนทุกคน ทุกครัวเรือนในประเทศไทย เพื่อที่เราจะทำระบบข้อมูลสุขภาพของคนไทย ผ่านระบบเทคโนโลยี ดิจิตอล แอพพลิเคชั่น เพื่อที่การวางระบบส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค และ การรักษาโรค จะมีประสิทธิภาพมากที่สุด

พรรคภูมิใจไทย ได้เชิญ นพ.สำเริง แหยงกระโทก ผู้เกี่ยวข้องและมีความรู้เรื่อง อสม. อย่างแท้จริง ที่ทำงานด้านนี้มายาวนานกว่า 30 ปี มาเป็นบุคลากรหลัก ขับเคลื่อนแนวคิดสู่ แนวนโยบายของพรรค ต่อไป

ข้อ 4 พัฒนาศักยภาพ อสม. ให้เป็นทีมหมอประจำครอบครัว โดยใช้เทคโนโลยีดิจิตอล เป็นเครื่องมือ เพิ่มอุปกรณ์ งบประมาณ สวัสดิการ และ ค่าตอบแทน การมีสุขภาพดี ไม่เจ็บป่วย จะลดค่าใช้จ่าย และหารายได้เพิ่มขึ้น

“ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ” นอกจากเรื่องการ สร้างงาน สร้างรายได้ แล้ว การสร้างสุขภาพที่แข็งแรงให้แก่ประชาชน ก็เป็นภารกิจสำคัญที่เราตระหนัก และจัดว่าเป็นเรื่องที่จำเป็นมากที่สุด ในฐานะที่ คน เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าของสังคม และเป็นหนึ่งในปัจจัยการผลิตที่สำคัญที่สุดในระบบเศรษฐกิจ

ทุกวันนี้ เรามีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. อยู่ 1 ล้านคน
อสม.1 คน ดูแลสุขภาพประชาชน ประมาณ 8-15 ครัวเรือน เป็นงานที่หนักพอสมควร

พรรคภูมิใจไทย มีแนวคิดที่จะต่อยอด ในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ อสม. ทั้งระบบ มีจำนวนเพิ่มขึ้น มีศักยภาพการทำงานเพิ่มขึ้น มีเครื่องมือที่ดีและทันสมัย ที่สำคัญที่สุดคือมีการเพิ่มงบประมาณในการปฏิบัติหน้าที่เพิ่มขึ้นด้วย เพื่อที่จะให้ อสม.เป็นกลไกหลักของการทำงานด้านสาธารณสุขของประเทศไทย โดยมีค่าใช้จ่าย และ สวัสดิการที่เหมาะสม

อสม.ตามแนวคิดของพรรคภูมิใจไทยนั้น จะเป็นหนึ่งในทีม “หมอประจำครอบครัว” ติดตามข้อมูลสุขภาพ และสาธารณสุขมูลฐาน ของประชาชนทุกคน ทุกครัวเรือนในประเทศไทย เพื่อที่เราจะทำระบบข้อมูลสุขภาพของคนไทย ผ่านระบบเทคโนโลยี ดิจิตอล แอพพลิเคชั่น เพื่อที่การวางระบบส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค และ การรักษาโรค จะมีประสิทธิภาพมากที่สุด

พรรคภูมิใจไทย ได้เชิญ นพ.สำเริง แหยงกระโทก ผู้เกี่ยวข้องและมีความรู้เรื่อง อสม. อย่างแท้จริง ที่ทำงานด้านนี้มายาวนานกว่า 30 ปี มาเป็นบุคลากรหลัก ขับเคลื่อนแนวคิดสู่ แนวนโยบายของพรรค ต่อไป

ข้อ 5 เพิ่มรายได้จากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการ ด้วยระบบ Sharing economy ใช้ application เชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจที่พัก และ การเดินทาง. มีบุรีรัมย์ โมเดล เป็นตัวอย่าง ที่ปรับใช้ได้กับทุกจังหวัด

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา คาดการณ์ว่า ถึงสิ้นปี 2561 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาทั้งหมดรวมกว่า 37 ล้านคน และมีรายได้จากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวรวมที่ประมาณ 3 ล้านล้านบาท

การท่องเที่ยว เป็นอุตสาหกรรมเดียว ที่รายได้ทุกบาท มีการแบ่งปันลงถึงประชาชนในพื้นที่มากที่สุด เป็นอุตสาหกรรมที่ พรรคภูมิใจไทย ให้ความสำคัญเป็นลำดับต้นๆ เพราะลงทุนน้อย ให้ผลตอบแทนมาก และประชาชนได้ประโยชน์มากที่สุด

พรรคภูมิใจไทย เล็งเห็นว่า การท่องเที่ยวในประเทศไทยนั้นต้องขายความเป็นไทยให้มากที่สุด ไม่ใช่ขายความเจริญ ขายแต่แบรนด์เนม ขายแต่สิ่งหรูหรา แต่เราควรจะดึงเอาจุดขายวิถีชีวิตแห่งความเป็นไทยเข้ามา ผสมผสานกับการใช้เทคโนโลยีในทุกแพลตฟอร์ม เพื่อให้นักท่องเที่ยว กับ ผู้ให้บริการ เชื่อมต่อและเข้าถึงกันอย่างง่ายดาย เพียงปลายนิ้วสัมผัส

การสนับสนุนการใช้ ดิจิตอล แพลตฟอร์ม แอพพลิเคชั่นต่างๆ เข้ามาส่งเสริมและเชื่อมโยงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และการบริการทุกรูปแบบ เพื่อให้เกิดการทำธุรกิจ การประกอบอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้มากที่สุด ด้วยหลักคิด Sharing Economy หรือ เศรษฐกิจแบ่งปัน ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ สร้างโอกาส สร้างงาน สร้างรายได้ แบบเท่าเทียม และเสมอภาคกันอย่างมีเหตุผล

แน่นอนว่าการจะทำให้ Sharing Economy ถูกกฎหมาย จะต้องมีการแก้ไขกฎหมายหลายฉบับ ให้ Sharing Economy ดำเนินการได้ โดยไม่ผิดกฎหมาย หรือ สร้างกฎหมายใหม่ขึ้นมารองรับความถูกต้องของ Sharing Economy ซึ่งทุกอย่างที่ดำเนินการ มีเป้าหมายคือ เพื่อปากท้องของพี่น้องประชาชน

ข้อ 6 สนับสนุน การใช้พลังงานทดแทน จากผลผลิตภาคเกษตรกรรม ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่ม ด้วยการผลิตพืชพลังงาน ซึ่งความต้องการใช้พลังงานมีไม่จำกัด

แนวคิดด้านการเกษตร ที่สำคัญ อีกเรื่อง ก็คือ พรรคภูมิใจไทย จะส่งเสริม สนับสนุนอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน จากผลผลิตการเกษตร อย่างจริงจัง โดยเฉพาะปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง และอ้อย เพื่อผลิต ไบโอดีเซล และ เอทานอล

หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบด้านการจัดหาพลังงาน ปตท. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ต้องเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนจากผลผลิตภาคเกษตรกรรม แม้ว่าต้นทุนการผลิต การจัดหาพลังงานจะสูง แต่ผลประโยชน์โดยรวม จะมีมูลค่ามากกว่า
ตัวอย่างเช่น การสร้างโรงไฟฟ้าในภาคใต้ ถ้าเปลี่ยนจากถ่านหิน เป็น ไบโอดีเซล แม้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้น แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือ การลดการนำเข้าถ่านหิน การลดความขัดแย้งในสังคม การลดมลภาวะ การสร้างราคาผลผลิตการเกษตรเพิ่มขึ้น เกษตรกรมทีรายได้เพิ่มขึ้น การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการท่องเที่ยว การสร้างความสามัคคีในชุมชน

ถ้าเรามองแบบแยกส่วน อาจจะคิดแบบหนึ่ง แต่ถ้าเรามองภาพรวม เราอาจจะต้องตัดสินใจอีกแบบหนึ่ง พรรคภูมิใจไทย มองประเทศไทยเป็นหนึ่งเดียว เราไม่มองแบบแยกส่วน

ข้อ 7 แนวคิดเกษตรกรรม สร้างระบบ Profit sharing สินค้าเกษตร ข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา อ้อย ปาล์มน้ำมัน ทั้งระบบ ตั้งแต่การผลิต การแปรรูป และ การตลาด โดยใช้พรบ.อ้อยและน้ำตาลทราย เป็นต้นแบบ

ปัญหาใหญ่ที่มีมาอย่างยาวนานของสังคมไทย คือ เกษตรกร เป็นกลุ่มคนที่มีการลงทุนมากที่สุด เหนื่อยที่สุด แต่ขาดทุนมากที่สุด และจนมากที่สุดในประเทศไทย

การแก้ไขปัญหาราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำให้กับพี่น้องเกษตรกร ในอดีตแทบจะทุกรัฐบาลที่ผ่านมา ใช้วิธี จำนำ และ ประกัน ซึ่งล้วนแต่มีข้อกล่าวหาว่าไม่เป็นธรรม มีการทุจริต ฉ้อฉล โกง หากเป็นมาตรการที่ดีทำไมเกษตรกรยังกลายเป็นผู้รับชะตากรรม ทั้งที่อาชีพเกษตรกรนั้นได้ถูกให้ความสำคัญว่าเป็น “กระดูกสันหลังของชาติ”

พรรคภูมิใจไทย มีแนวคิดที่จะสร้างระบบแบ่งปันผลประโยชน์ ให้แก่ผลผลิตภาคเกษตรกรรมของประเทศ ได้แก่ ข้าว ยาง มันสำปะหลัง และ อ้อย โดยนำตัวอย่างจาก อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล มาเป็นต้นแบบ

ชาวไร่อ้อยมีส่วนแบ่งจากราคาน้ำตาลทราย ฉันใด ชาวนาต้องมีส่วนแบ่งจากราคาข้าวสาร ฉันนั้น
ชาวไร่มันสำปะหลังก็เช่นกัน ต้องมีส่วนแบ่งจากราคาแป้งมัน ไม่ใช่แค่หัวมัน
ชาวสวนยางพารา ก็ต้องมีส่วนแบ่งกับราคายางแผ่น ไม่ใช่แค่น้ำยาง

พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาลทราย คือ ต้นแบบ ที่เราจะสร้างระบบแบ่งปันผลประโยชน์ให้กับเกษตรกร สร้างรายได้เพิ่มให้กับทุกคนที่อยู่ในระบบนี้ ที่เราเรียกว่า Profit Sharing
พรรคภูมิใจไทย เชื่อว่าเกษตรกรมากกว่า 30 ล้านคน จะได้รับการดูแลตั้งแต่ก่อนเริ่มฤดูกาลเพาะปลูก จะรับรู้ราคาขั้นต้นก่อนฤดูกาลผลิต ไปจนสุดปลายทางที่มีการนำผลผลิตทางการเกษตรไปแปรรูปจำหน่าย หากมีกำไรยังจะได้รับการแบ่งปันผลกำไรนั้น ๆ กลับมาสู่มือของพี่น้องเกษตรกรเพิ่มอีก ถือเป็นมาตรการ สร้างโอกาส สร้างงาน สร้างรายได้ แก้ไขปัญหาปากท้อง ให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวไทยได้อย่างแท้จริง

ข้อ 8 เรียนฟรีตลอดชีวิต ระบบออนไลน์ หรือ E-Learning ด้วย Thailand Sharing University ลดภาระค่าใช้จ่ายทางการศึกษา และ ขยายโอกาสให้คนที่อยากเรียน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคเทคโนโลยี ดิจิตอล ทำให้เกิดความคิดใหม่ ๆ ที่ไม่มีขอบเขตอีกต่อไป แม้แต่เรื่องของการพัฒนาทางด้านการศึกษา ที่จะลดปัญหาความเหลือมล้ำในการเข้าถึงระบบการศึกษาในทุกระดับได้อย่างไร

สถานศึกษาบางแห่งมีค่าเล่าเรียนที่เพิ่มสูงขึ้นและเมื่อนำไปรวมค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ทำให้การเข้าถึงการศึกษาแทบจะเป็นไม่ได้ หรือเป็นไปได้ยาก สำหรับคนบางกลุ่มบางพวก แม้รัฐจะบอกว่า เรียนฟรี แต่ก็ ฟรีไม่จริง

พรรคภูมิใจไทย ตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่า ทำอย่างไรที่จะจัดการศึกษาให้ทุกกลุ่มคน โดยไม่มีขีดจำกัดใดมาขวางกั้นอีกต่อไป
พรรคภูมิใจไทย ตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่า ต้องสร้างการศึกษาทางเลือก รูปแบบใหม่ โดยใช้ ดิจิตอลแพลตฟอร์ม เป็นเครื่องมือ ให้คนเข้าถึงการศึกษา ได้มากที่สุด เป็นการศึกษาที่ ไม่มีค่าใช้จ่าย หรือ มีค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด ที่ทุกกลุ่มคนสามารถเข้าถึงได้

สร้างการศึกษารูปแบบใหม่ เปิดโอกาสให้ทุกคน ได้เรียนฟรีด้วยระบบออนไลน์ ตั้งแต่ประถมศึกษา ถึง อุดมศึกษา
ด้วยสถาบันการศึกษาออนไลน์ “THAILAND SHARING UNIVERSITY”เป็นคลังแห่งองค์ความรู้ทุกสาขา

พรรคภูมิใจไทย ตั้งเป้าหมายที่จะให้มีการแลกเปลี่ยนเนื้อหาวิชาเรียนกับทุกสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ และ ทั่วโลก เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางเนื้อหาวิชาการในแต่ละสถาบันที่อาจจะมีความลักลั่นในตัว ผู้สอน หลักสูตร เนื้อหา สื่อการสอน การวัดและการประเมินผล ให้มามีมาตรฐานเดียวกันผ่านระบบ สถาบันการศึกษาออนไลน์ “THAILAND SHARING UNIVERSITY”

เพื่อให้คนไทย เข้าถึงการศึกษา ได้อย่างเท่าเทียม ทั่วถึง เป็นธรรม และไม่มีค่าใช้จ่าย และเป็นสถาบันการศึกษาที่คนทุกคน ทุกอาชีพ ทุกเพศ ทุกวัย สามารถเข้ามาใช้เพื่อเพิ่มเติม องค์ความรู้ใหม่ ได้ตลอดชีพ

พรรคภูมิใจไทย จะ ติดอาวุธทางปัญญา ให้กับประชาชนทุกเพศ ทุกวัย เรียนได้ฟรีตลอดชีพ อย่างแท้จริง

ข้อ 9 ปรับโครงสร้างหนี้กยศ. ด้วยการ พักหนี้ 5 ปี และ ปลดภาระผู้ค้ำประกัน เป็นสิ่งแรกที่ต้องทำทันที เพื่อลดภาระของประชากรวัยทำงาน

ปัจจุบันมีผู้เป็นลูกหนี้และผู้เกี่ยวข้องกับมูลหนี้ ของ กองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.) เป็นจำนวนมากถึง 12 ล้านราย ที่ได้รับผลกระทบจากการใช้มาตรการเร่งรัดการทวงหนี้ ส่งผลให้ ทั้งผู้กู้ และ ผู้ค้ำประกัน หวาดวิตกที่จะถูกนำทรัพย์สินมาขายทอดตลาด ทั้งที่เป็นหน้าที่ของรัฐในการสร้างทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งถือเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่ามากที่สุด

พรรคภูมิใจไทย เห็นว่า การปรับโครงสร้างหนี้ กยศ. ซึ่งมีผู้กู้ 5 ล้านคน มีผู้ค้ำประกัน 2 รายต่อคน รวมมีผู้เกี่ยวข้อง 15 ล้านคน มีหนี้อยู่ในระบบทั้งสิ้นประมาณ 4 แสนล้านบาท คนกลุ่มนี้ เป็นหนี้ตั้งแต่ก้าวเท้าแรกออกจากรั้วสถาบันการศึกษา ยังไม่ทันได้ตั้งเนื้อตั้งตัว บางคนเรียนจบมาไม่มีงานทำ เพราะตลาดงานเปลี่ยนไป มีการใช้เทคโนโลยีเข้ามาทดแทนแรงงาน ซึ่งในอนาคตอันใกล้นี้อัตราการจ้างงานจะยิ่งลดลงไปอีกเรื่อย ๆ

เราจะมีคนที่ถูกยึดทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็น ครูบาอาจารย์ พ่อแม่ คุณลุง คุณป้า เพราะไปค้ำประกันเงินกู้ กยศ. ที่นาผืนสุดท้ายในชีวิต ถูกขายทอดตลาดในราคาถูกแสนถูก แล้วเขาเหล่านั้นจะเอาที่ดินทำกินที่ไหน ?

เงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ควรจะต้องมีผู้ค้ำประกันจริงหรือ ? ทั้งที่เป็นนโยบายภาครัฐในการส่งเสริมให้ประชาชนคนในชาติมีการศึกษา

เพื่อลดภาระของประชากรวัยเริ่มต้นทำงาน พรรคภูมิใจไทย มีแนวคิดที่จะทำ 5 เรื่อง

1.ปลดภาระผู้ค้ำประกันทันที เรื่องนี้จะต้องมีการแก้ระเบียบการกู้ยืมของกยศ.
2.พักหนี้ กยศ. 5 ปี เพื่อให้นักเรียนนักศึกษา ที่จบการศึกษา มีเวลาตั้งหลักเพิ่มขึ้น ในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และมีคนตกงานเพราะหุ่นยนต์ และ AI มาแทนที่ เป็นจำนวนมาก
3.นำภาษีที่ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เช่น VAT มาเป็นส่วนลดหย่อนเงินกู้กยศ.
4.นำผลการเรียน เช่น คะแนนดีระดับเกียรตินิยม มาเป็นส่วนลดหย่อนเงินกู้กยศ.
5.นำชั่วโมงทำงานจิตอาสา มาเป็นส่วนลดหย่อนเงินกู้กยศ.

พรรคภูมิใจไทย เชื่อว่า ทรัพยากรที่สำคัญที่สุดคือ “ทรัพยากรมนุษย์” การศึกษาสร้างคน ให้คนมาสร้างชาติ เป็นภาระอันสำคัญของรัฐทุกรัฐ ประเทศจะเจริญได้ประชาชนต้องมีการศึกษา เพื่อรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นบนโลกที่ไม่หยุดนิ่งแห่งนี้

พรรคภูมิใจไทย เชื่อว่าทุกคนต้องการเวลาในการสร้างชีวิต ไม่มีใครอยากมีประวัติติดตัวในเรื่องภาระหนี้สิน หากมีงานทำ หากมีรายได้ มีกำลังทางการเงินพร้อม ย่อมที่จะกลับมาชดใช้หนี้สิน

ข้อ 10 ปัญหาที่เดือดร้อนที่สุดของประชาชน คือ ปัญหาปากท้อง หรือ รายได้ จึงเป็นที่มาของแนวคิดว่าเราจะต้องแก้ปัญหานี้ ก่อนทุกๆ ปัญหา

พรรคภูมิใจไทย คิดเป็นลำดับแรกคือต้องทำงานรับใช้บ้านเมือง ด้วยการเริ่มคิดวิธีการต่างๆ ที่จะเหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมไทย ที่ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงไปตามโลกยุคใหม่ ซึ่งหลายฝ่ายวิเคราะห์ว่าจะมีผลกระทบต่อทุกกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่อาจจะต้องเปลี่ยนแปลงไป ปัญหาที่พี่น้องประชาชนจะต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้

ในฐานะพรรคการเมือง เราได้มองไปที่ผลกระทบต่อปัญหาปากท้องพี่น้องประชาชนเป็นประเด็นสำคัญ

ความตั้งใจของพรรคภูมิใจไทย จากนี้เป็นต้นไปถือว่าเป็นยุคที่จะต้องนำพาประชาชนก้าวต่อไปข้างหน้า สิ่งที่พรรคภูมิใจไทยจะต้องทำ และสมาชิกของพรรคภูมิใจไทยทุกคนจะต้องรับเอาแนวคิดนี้ไปก็คือเรื่อง “การแก้ไขปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน”

“เงินไม่พอ ท้องไม่อิ่ม” ถ้าเราสามารถแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนได้ มันจะนำไปสู่ความสงบสุข ความสามัคคี ความมั่นคงในทุก ๆ ด้าน

พรรคภูมิใจไทย เชื่อว่า แนวคิดในการทำนโยบายที่ประชาชนต้องการ “สร้างโอกาส สร้างงาน สร้างรายได้” ให้กับพี่น้องประชาชนจะทำให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยจะนำแนวคิด ลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน มาเป็นหลักการทำงานที่สำคัญ

การลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน จะเป็นไปในเรื่องการทำมาหากิน การประกอบอาชีพ การประกอบธุรกิจในทุกระดับ รัฐจะต้องเลิกใช้อำนาจที่เป็นอุปสรรค ขัดขวาง สร้างความไม่สะดวก และความล่าช้าต่างๆ เช่นที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ เพื่อให้ประชาชนและภาคเอกชน จะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถของตัวเองได้อย่างเต็มที่

ทั้งหมดนี้จึงเป็นที่มาของสโลแกน พรรคภูมิใจไทย คือ “ลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน เพื่อแก้ไขปัญหาปากท้องประชาชน”

ข้อ 11 ใช้เทคโนโลยี ระบบดิจิตอล เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนนโยบาย เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ขยายโอกาส ให้ประชาชน

พรรคภูมิใจไทย มีแนวคิดในการที่จะเปิดโอกาสการทำธุรกิจ สร้างงาน สร้างรายได้ สร้างอาชีพ ด้วยเทคโนโลยีระบบดิจิตอล ให้เป็นธุรกิจ เป็นการประกอบอาชีพที่ถูกต้องตามกฎหมาย ให้มากที่สุด

โลกทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และรุนแรง การแข่งขันทางธุรกิจมีสูง โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีดิจิตอล เข้ามามีส่วนในการ ขยายธุรกิจเดิม สร้างธุรกิจใหม่ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการ
การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีใหม่

บางครั้งถูก กฎ ระเบียบ ภาครัฐ ขัดขวางเอาไว้ ส่งผลให้การทำเทคโนโลยีดิจิตอล และอื่น ๆ ที่มีอยู่ในโลก แต่ไม่สามารถนำมาใช่ได้จริงในประเทศไทย จนกลายเป็นเรื่องที่ถูกวิพากย์วิจารณ์หลายครั้งหลายหน ในการเตรียมความพร้อมที่จะรองรับความเปลี่ยนแปลงในสิ่งใหม่ ๆ ของประเทศไทย ในสายตาชาวโลก

พรรคภูมิใจไทย เล็งเห็นว่า กฎหมายใดที่จะเป็นอุสรรค์ขัดขวางการมาของเทคโนโลยีดิจิตอล ที่จะใช้เป็นเครื่องมือในการ สร้างโอกาส สร้างงาน สร้างรายได้ ของพี่น้องประชาชนคนไทย ได้มีโอกาสนำทรัพย์สินส่วนตัวมาสร้างรายได้เพิ่มเติมเพื่อแก้ไขปัญหาปากท้องพี่น้องประชาชน สมควรจะมีการจัดระเบียบใหม่ และแก้ไขกฎหมายโบราณ เก่า คร่ำครึ เหล่านั้นไป เพื่อจะเป็นการ เปิดที่ เปิดทาง ในการทำมาหากินใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้น
อาทิเช่น รถยนต์ ที่สามารถนำมาใช้รับส่งคน สิ่งของ เพื่อเพิ่มรายได้ ผ่านระบบ แอพพลิเคชั่น
หรือแม้กระทั่ง บ้านพักที่สามารถนำมาดัดแปลงเป็น โฮมสเตย์ ที่พักตากอากาศแบบเข้าถึงวิถีชีวิต สังคม ชุมชนนั้น ๆ ผ่านแอพพลิเคชั่น ซึ่งกำลังเป็นจุดขายสำคัญ เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก

เราต้องอยู่บนโลกเทคโนโลยีดิจิตอล ที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI) เต็มรูปแบบ ยากที่ปฏิเสธได้อีกต่อไป บางท่านอาจจะเห็นเป็นเรื่องแปลกใหม่ในโลก แต่สิ่งเหล่านี้จะมา และมาอย่างรวดเร็วและรุนแรง หากไม่สร้างความรู้ความเข้าใจเพื่อรับมือสิ่งที่จะเกิดขึ้นให้ดี

พรรคภูมิใจไทย ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้ เราจะไม่ยอมให้ประชาชนต้องจมอยู่ใต้คลื่นเทคโนโลยีดิจิตอลและปัญญาประดิษฐ์ แต่เราจะพาประชาชนขึ้นไปขี่บนยอดคลื่นแห่งเทคโนโลยีดิจิตอลและปัญญาประดิษฐ์ ที่จะถาโถมเข้ามาในประเทศไทยของเรา โดยนำมาเป็นเครื่องมือในการ สร้างโอกาส สร้างงาน สร้างรายได้ … ด้วยการ ลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน เพื่อแก้ไขปัญหาปากท้องพี่น้องประชาชน

ข้อ 12 แก้กฎหมาย ให้สิทธิประชาชน ประกอบอาชีพ สร้างรายได้ ได้ง่ายและสะดวกขึ้น
พรรคภูมิใจไทย เห็นว่า ข้อกำหนด กฎ ระเบียบ กฎหมาย ในหลาย ๆ เรื่องของประเทศไทย มีความล้าหลัง ไม่ทันกับสถานการณ์การพัฒนาของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป บางเรื่องเป็นการขัดขวางการทำมาค้าขาย การทำธุรกิจในทุกระดับ ส่งผลกระทบต่อการ สร้างโอกาส สร้างงาน สร้างรายได้ ของพี่น้องประชาชนคนไทยเป็นการทั่วไป

หลายๆ เรื่องเป็นเหมือน “เส้นผมบังภูเขา” แก้ไขเพียงแค่ กฎ ระเบียบ ระดับกระทรวง เพียงบางข้อเท่านั้น จะส่งผลให้มีการ เปิดที่ เปิดทาง ทำมาหากิน ให้กับพี่น้องประชาชนได้จำนวน นับหมื่น นับแสน คน ให้มีโอกาสในการประกอบอาชีพ สร้างรายได้ และ ลดรายจ่าย ได้แล้ว

พรรคภูมิใจไทย จะไปลดขั้นตอนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐ ที่มีความล่าช้า ระบบราชการที่คนพูดกันถึงมากนั่นก็คือต้องมีพิธีการมาก ติดกฎระเบียบมากมาย หลาย ๆ เรื่องจะต้องมีการกำหนดระยะเวลาที่ชัดเจน ในการที่ประชาชนไปขออนุมัติ ขออนุญาติในเรื่องต่าง ๆ จากภาครัฐ พี่น้องประชาชนกว่าจะได้อะไรจากภาครัฐในหลายๆ กรณี คือสายเกินไปแล้ว

ปัจจุบันนี้โลกเปลี่ยนแปลง เข้าสู่ยุค เทคโนโลยีดิจิตอล อย่างเต็มรูปแบบ มีการประเมินว่าภายในปี 2563 จะมีการนำเทคโนโลยีที่เรียกว่า ปัญญาประดิษฐ์ เข้ามามีบทบาทกับชีวิตมากขึ้น

ในฐานะพรรคการเมือง เล็งเห็นปัญหาและอุปสรรค์ท้าทายอยุ่ข้างหน้า หากเราไม่เริ่มวางฐานรากของสังคมไทยให้แข็งแกร่งเอาไว้ก่อน เมื่อเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาอย่างเต็มรูปแบบแล้ว เราจะไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่เพราะติดขัดกับ ระเบียบ กฎเกณฑ์ กระบวนการกฎหมาย ของภาครัฐที่ขัดขวางไว้

พรรคภูมิใจไทย เห็นว่า มีความจำเป็นต้องแก้ไข กฎ ระเบียบ กฎหมาย ที่เป็นอุปสรรค์กับประชาชน หากพบว่าจะเป็นเครื่องมือขัดขวางการสร้างโอกาส สร้างอาชีพ สร้างรายได้ เราจำเป็นต้องเปลี่ยนให้ ข้อบังคับ กฎ ระเบียบ กฎหมาย ให้กลายเป็นเครื่องมือในการสนับสนุน ส่งเสริม อำนวยความสะดวก ให้กับพี่น้องประชาชน ในการ เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ขยายโอกาส เรามีความจำเป็นในการที่จะต้อง “ลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน เพื่อแก้ไขปัญหาปากท้องพี่น้องประชาชน”